ประวัติพระพุทธเจ้าทั้งหมดโดยย่อ



ประวัติพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าของเรานั้นเดิมทีท่านก็เปนมนุษย์เหมือนกับเรามาก่อน โดยในบทความนี้จะเล่าถึงประวัติพระพุทธเจ้าโดยแบ่งเป็น ช่วงแต่ละเหตุการณ์ ดังนี้



ประสูติ

ประวัติพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้ามีพระนามเดิมว่า สิทธัตถะ เป็พระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศเนปาล พระราชมารดาทรงพระนามว่า “พระนางสิริมหามายา” ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ ทันทีที่ประสูติ ทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดรองรับ ทรงเปล่งพระวาจาว่า “เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา

 

ตรัสรู้

ประวัติพระพุทธเจ้า

เมื่อทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณตามลำดับ จึงทรงคิดว่าชีวิตของทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จึงเกิดแนวความคิดว่า ธรรมดาในโลกนี้มีของคู่กันอยู่ เช่น มีร้อนก็ต้องมีเย็น , มีทุกข์คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ต้องมีที่สุดทุกข์ คือ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ทรงเห็นความสุขทางโลกเป็นเพียงมายา ความสุขในกามคุณเป็นความสุขจอมปลอม เป็นเพียงภาพมายาที่ ชวนให้หลงว่าเป็นความสุขเท่านั้น ในความจริงแล้วไม่มีความสุข ไม่มีความเพลิดเพลินใดที่ไม่มีความทุกข์เจือปน จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวช ในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรงม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที ทรงตัดพระเกศา และเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้ากาสาวพักตร์ ทรงเปลื้องเครื่องทรงมอบให้นายฉันนะนำกลับพระนคร ขณะมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ นางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาส ใต้ต้นไทร

 

ปรินิพพาน

ประวัติพระพุทธเจ้า

ปรินิพพาน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ใต้ต้นสาละ ณ สาลวโนทยาน ของเหล่ามัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ พระชนมายุ 80 ปี ทรงเทศนาสั่งสอนมาเป็นเวลา 45 ปี

 


จะเห็นได้ว่าประวัติพระพุทธเจ้า จะมีคติสอนใจ มาให้เราคิดได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับความจริง ทุกสิ่งมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีอะไรแน่นอน การสอนให้เป็นคนดี พวกเราชาวพุทธก็ควรจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างมาก ๆ


loading...

เพื่อน ๆ สามารถกดติดตามข่าวสารจาก Pakping.com ได้ที่
Facebook :
https://www.facebook.com/pakpingdotcom
Google+ :
https://plus.google.com/112532205845579944057/
Twitter :
https://twitter.com/@pakpingdotcom

แสดงความคิดเห็น